Monday, November 21, 2011

ครม.เพิ่มหักลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบบำนาญจาก1แสนเป็น3แสนบาท/ราย

ครม.เพิ่มหักลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบบำนาญจาก1แสนเป็น3แสนบาท/ราย

อ่าน 1261 ครั้ง / ตอบ 0 ครั้ง Quote
ครม.เพิ่มหักลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบบำนาญจาก1แสนเป็น3แสนบาท/ราย



จากประชาชาติธุรกิจ

  เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบ บำนาญ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยเพิ่มวงเงินการให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ จาก 1 แสนบาท เป็น 3 แสนบาทต่อราย โดยวงเงินที่เพิ่มขึ้น 2 แสนบาทนั้นต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกัน เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
  "มาตรการภาษีส่วนนี้ออกมาก็เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมไว้ใช้หลัง เกษียณอายุการทำงาน รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้มีการขยายตัวของกรมธรรมประกันชีวิตแบบบำนาญให้ มากขึ้นด้วย และจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการดูแลผู้สูงอายุหลังเกษียณอายุการทำ งาน"

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครม.ไฟเขียวหักภาษีประกันได้3แสนบาท


จาก โพสต์ทูเดย์

คลังเสนอ ครม. ให้หักลดหย่อนประกันเพิ่มเติมเป็น 3 แสนบาท แต่เมื่อรวมกองทุนอื่นไม่เกิน 5 แสนบาท

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุน การออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ เพิ่มวงเงินการให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่า เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ จากเดิมไม่เกิน 1  แสนบาท เป็น 3 แสนบาท

ทั้งนี้ วงเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นจำนวน 2 แสนบาท ดังกล่าวต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้า ราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตาม กฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท    

นายกรณ์ กล่าวว่า มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ จะเป็นการช่วยสนับสนุนให้ผู้มีเงินได้ออมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอายุอันจะ เป็นการช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงของชีวิตในวัยชรา และเป็นการส่งเสริมการออมของประเทศให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว และช่วยลดปัญหาสังคมและภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุที่มีอัตราเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังกระตุ้นการขยายตัวของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญให้เพิ่มขึ้น อันจะช่วยเพิ่มการออมของประเทศในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรจะได้ประสานงานด้านกฎหมายให้มีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึง ประเมินประจำปีภาษี  2553  ที่ต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครม.อนุมัติเพิ่มลดหย่อนภาษีประกันเป็น3แสน





108acc (Member)  prof_net99@yahoo.com   [124.121.222.170] เมื่อ 20/10/2010 - 00:25

ประกันสุขภาพพ่อแม่หักลดหย่อนภาษีได้



ประกันสุขภาพพ่อแม่หักลดหย่อนภาษีได้ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรได้มอบของขวัญปีใหม่ให้กับครอบครัวคนไทย โดยกำหนดให้บุตรสามารถนำเบี้ยประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ทำให้แก่บิดามารดาของตนเอง หรือบิดามารดาของคู่สมรสมาหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาท) ทั้งนี้สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. บิดามารดาที่เอาประกันต้องมีเงินได้พึงประเมินได้ไม่เกิน 30,000 บาท 2. ผู้มีเงินได้ที่หักลดหย่อนต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดา (บุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิยกเว้นฯ) 3. หากบุตรหลายคนร่วมกันทำประกันสุขภาพให้บิดาหรือมารดา ให้บุตรทุกคนได้รับการหักลดหย่อน โดยเฉลี่ยเบี้ยประกันภัยที่บุตรร่วมกันจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ 4. กรณีสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว ให้สามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท 5. การประกันสุขภาพดังกล่าว จะให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิด จากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ รวมถึงการประกันภัยอุบัติเหตุ เฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical lliness) และการประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care) ด้วย ซึ่งได้รับการอนุมัติจากกรมการประกันภัยแล้ว 6. บุตรผู้หักลดหย่อนจะต้องมีใบเสร็จ หรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัยไว้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษี โดยมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ 6.1 ชื่อ นามสกุลและเลขประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย 6.2 ชื่อ และนามสกุลของผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย (ทุกคน) 6.3 ชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทประกันฯ 6.4 จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้สิทธิ และ 6.5 ให้ระบุข้อความว่า “สามารถนำไปยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเงิน ….. บาท”