Tuesday, October 9, 2012

เดลินิวส์ - "เอไอเอ"แจงข้อเท็จจริง สาวใช้มีดจี้คอตัวเองเรียกค่าสินไหม2ล.


"เอไอเอ"แจงข้อเท็จจริง สาวใช้มีดจี้คอตัวเองเรียกค่าสินไหม2ล.

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2555 เวลา 21:35 น.
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ต.ค. พ.ต.ท.สุรพล ล้วนประเสริฐ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.บางรัก ได้รับแจ้งเหตุหญิงใช้มีดจี้คอตัวเอง บริเวณด้านหน้าอาคาร บริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด (เอไอเอ) เลขที่ 181 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ต.สาโรจน์ จอกโคกสูง สว.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและสายตรวจ
ที่เกิดเหตุบริเวณลานหน้าตึกพบนางอังวรา อ่อนเมืองคง อายุ 37 ปี กำลังใช้มีดแลายแหลมขนาดยาว 6 ฟุต จี้ลำคอตัวเอง และนำเลือดหมูมาเทราดลงบนพื้น พร้อมอ้างเรียกร้องเงินค่าสินไหมจากบริษัทกรณีสามีทำประกันไว้และไม่ได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุ เจ้าหน้าที่จึงเข้าเกลี้ยกล่อมจนสำเร็จ นางอังวรายอมปล่อยมีด ก่อนให้รายละเอียดว่า วันนี้มาเรียกร้องเงินค่าสินไหมที่สามีควรจะได้รับจำนวน 2 ล้านบาทจากทางบริษัท แต่ได้ไม่ครบ จึงตัดสินใจก่อเหตุ
อย่างไรก็ตาม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ทางตัวแทนของบริษัทเข้าเจรจากับนางอังวรา ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทได้ตกลงยอมจ่ายเงินให้จำนวน 1.4 ล้านบาทก่อน และหากนางอังวราไม่พอใจหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมให้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ที่สน.บางรัก ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งต่อไป
ช่วงค่ำวันเดียวกัน มีคำชี้แจงจากเอไอเอ ส่งมายังเดลินิวส์ โดยระบุว่า จากเหตุการณ์ในวันนี้ เวลาประมาณ 11.00 น. ที่มีผู้ถือกรมธรรม์และกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันบริเวณลานด้านหน้าอาคารเอไอเอ ทาวเวอร์ส ถนนสุรวงศ์ พร้อมกับถือป้ายที่ระบุข้อความเรียกร้องให้ เอไอเอ คืนเงินให้ตามกรมธรรม์ รวมทั้งมีหนึ่งในกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้นำวัตถุมีคมมาทำร้ายตัวเองดังที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปนั้น ทางบริษัทเอไอเอ ประเทศไทย ขอเรียนข้อเท็จจริง ดังนี้
กลุ่มบุคคลข้างต้น ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับข้อตกลงการคืนเงินเมื่อกรมธรรม์ครบสัญญาที่ตัวแทนประกันชีวิตได้เคยระบุไว้ในการเสนอขาย ซึ่งไม่ตรงกับรายละเอียดที่ได้ระบุเอาไว้ในตัวกรมธรรม์ที่ทางลูกค้าผู้เอาประกันภัยได้ลงลายเซ็นไว้เป็นหลักฐาน  ซึ่งทางพนักงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ เอไอเอ ประเทศไทย ได้พยายามเชิญกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้เข้าไปด้านในตัวอาคารเพื่อพูดคุยสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริง และพบว่ามีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกิดขึ้นระหว่างผู้ถือกรมธรรม์ ตัวแทนและบริษัทฯ หลังจากที่มีการพูดคุยเจรจากันจึงเกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้งสามฝ่าย อันนำมาสู่การจบเหตุดังกล่าวด้วยความพีงพอใจของทุกฝ่าย ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงในกรมธรรม์ได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างบริษัทฯและผู้ถือกรมธรรม์
สำหรับเหตุการณ์ที่หนึ่งในกลุ่มผู้มาชุมนุมได้เทของเหลวซึ่งมีลักษณะคล้ายเลือดจากภาชนะรูปทรงแกลลอนที่ได้นำติดตัวมาลงบนพื้นปูนบริเวณลานหน้าบริษัท และได้นำวัตถุรูปทรงเหมือนมีดมาถือจ่อไว้ใกล้ๆบริเวณลำคอของตนนั้น เจ้าหน้าที่พยาบาลได้นำตัวบุคคลผู้นี้ไปตรวจรักษาอาการบาดเจ็บที่ศูนย์การแพทย์ของเอไอเอที่อยู่ในอาคารเอไอเอ ทาวเวอร์ส 2 แต่ไม่พบบาดแผลใดๆ บนร่างกาย และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
เอไอเอ ประเทศไทย มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงความเข้าใจผิดที่นำมาซึ่งสถานการณ์ในข้างต้น หากทางบริษัทฯ ก็ได้ดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมและนำมาซึ่งความพึงพอใจสำหรับทุกฝ่าย ทำให้เหตุดังกล่าวจบลงด้วยดี
บริษัทขอเรียนว่า บริษัทได้บริหารเบี้ยประกันภัยของผู้ถือกรมธรรม์อย่างรัดกุม รอบคอบ ได้มาตรฐานสากล และมีประสิทธิภาพ  เพื่อความมั่นคงของบริษัทและของผู้ถือกรมธรรม์ทุกรายในระยะยาว  และรายละเอียดผลประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันภัยทุกแบบนั้นได้ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลบริษัทประกันชีวิตทุกแห่งให้ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

(มล. จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์)
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เอไอเอ ประเทศไทย


Monday, November 21, 2011

ครม.เพิ่มหักลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบบำนาญจาก1แสนเป็น3แสนบาท/ราย

ครม.เพิ่มหักลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบบำนาญจาก1แสนเป็น3แสนบาท/ราย

อ่าน 1261 ครั้ง / ตอบ 0 ครั้ง Quote
ครม.เพิ่มหักลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบบำนาญจาก1แสนเป็น3แสนบาท/ราย



จากประชาชาติธุรกิจ

  เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบ บำนาญ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยเพิ่มวงเงินการให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ จาก 1 แสนบาท เป็น 3 แสนบาทต่อราย โดยวงเงินที่เพิ่มขึ้น 2 แสนบาทนั้นต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกัน เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
  "มาตรการภาษีส่วนนี้ออกมาก็เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมไว้ใช้หลัง เกษียณอายุการทำงาน รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้มีการขยายตัวของกรมธรรมประกันชีวิตแบบบำนาญให้ มากขึ้นด้วย และจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการดูแลผู้สูงอายุหลังเกษียณอายุการทำ งาน"

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครม.ไฟเขียวหักภาษีประกันได้3แสนบาท


จาก โพสต์ทูเดย์

คลังเสนอ ครม. ให้หักลดหย่อนประกันเพิ่มเติมเป็น 3 แสนบาท แต่เมื่อรวมกองทุนอื่นไม่เกิน 5 แสนบาท

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุน การออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ เพิ่มวงเงินการให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่า เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ จากเดิมไม่เกิน 1  แสนบาท เป็น 3 แสนบาท

ทั้งนี้ วงเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นจำนวน 2 แสนบาท ดังกล่าวต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้า ราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตาม กฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท    

นายกรณ์ กล่าวว่า มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ จะเป็นการช่วยสนับสนุนให้ผู้มีเงินได้ออมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอายุอันจะ เป็นการช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงของชีวิตในวัยชรา และเป็นการส่งเสริมการออมของประเทศให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว และช่วยลดปัญหาสังคมและภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุที่มีอัตราเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังกระตุ้นการขยายตัวของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญให้เพิ่มขึ้น อันจะช่วยเพิ่มการออมของประเทศในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรจะได้ประสานงานด้านกฎหมายให้มีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึง ประเมินประจำปีภาษี  2553  ที่ต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครม.อนุมัติเพิ่มลดหย่อนภาษีประกันเป็น3แสน





108acc (Member)  prof_net99@yahoo.com   [124.121.222.170] เมื่อ 20/10/2010 - 00:25

ประกันสุขภาพพ่อแม่หักลดหย่อนภาษีได้



ประกันสุขภาพพ่อแม่หักลดหย่อนภาษีได้ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรได้มอบของขวัญปีใหม่ให้กับครอบครัวคนไทย โดยกำหนดให้บุตรสามารถนำเบี้ยประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ทำให้แก่บิดามารดาของตนเอง หรือบิดามารดาของคู่สมรสมาหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาท) ทั้งนี้สำหรับการจ่ายเบี้ยประกันตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. บิดามารดาที่เอาประกันต้องมีเงินได้พึงประเมินได้ไม่เกิน 30,000 บาท 2. ผู้มีเงินได้ที่หักลดหย่อนต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดา (บุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิยกเว้นฯ) 3. หากบุตรหลายคนร่วมกันทำประกันสุขภาพให้บิดาหรือมารดา ให้บุตรทุกคนได้รับการหักลดหย่อน โดยเฉลี่ยเบี้ยประกันภัยที่บุตรร่วมกันจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ 4. กรณีสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว ให้สามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท 5. การประกันสุขภาพดังกล่าว จะให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิด จากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ รวมถึงการประกันภัยอุบัติเหตุ เฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical lliness) และการประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care) ด้วย ซึ่งได้รับการอนุมัติจากกรมการประกันภัยแล้ว 6. บุตรผู้หักลดหย่อนจะต้องมีใบเสร็จ หรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัยไว้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษี โดยมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ 6.1 ชื่อ นามสกุลและเลขประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย 6.2 ชื่อ และนามสกุลของผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย (ทุกคน) 6.3 ชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทประกันฯ 6.4 จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้สิทธิ และ 6.5 ให้ระบุข้อความว่า “สามารถนำไปยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเงิน ….. บาท”